พื้นที่ชีวิต - คริสเทเนีย เมืองแห่งวิถีเสรีชน ดินแดนแห่งเสรีภาพบนความเหมาะสม

christiania ดินแดนแห่งความสงบเกิดจากการรวมตัวของเหล่าเสรีชน และฮิปปี้ที่ชื่นกัญชา และ รักษ์ความสงบ ต่อต้านสงคราม

คริสเทเนีย





พื้นที่ชีวิต - คริสเทเนีย (christiania) เมืองแห่งวิถีเสรีชน ดินแดนแห่งเสรีภาพบนความเหมาะสม

ท่ามกลางบรรยากาศตื่นตัวของ ขบวนการบุปผาชนปี คศ. 1970 
พื้นที่รก ร้าง ของกลองทัพ โคเปนเฮเก้น ถูกคนหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งเข้ายึดครอง
ก่อร่างชุมชนแห่งเสรีภาพที่ประกาศปกครองตนเอง และแสดงจุดยืนในการต่อต้านสงคราม และนิวเคลียร์

จนปัจจุบันยังมีผู้อาศัยในเมือง อยู่จำนวน 900 กว่าชีวิตที่มีความเชื่อต่อโลกใบนี้ แบบเดียวกัน นั่นก็คือ การ เคารพ ใน ธรรมชาติ และเคารพในเสรีภาพของผู้อื่น

....ชาวคริสเทเนีย คนหนึ่งได้บอกว่า ทุกสิ่งในเมืองที่สร้างขึ้นมันอาจเป็นสัญลักษณ์
เส้นสะท้อนความเชื่อบางอย่าง ที่คนที่นี่เชื่อร่วมกันกับชาวอินเดียนแดงว่า

"บนโลกใบนี้ ไม่มีใครที่สามารถครอบครอง กรรมสิต พื้นที่ ที่ดิน น้ำ และ อากาศ ของโลกใบนี้ได้"
เพราะ เรา ทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้เป็นเพียงแค่ผู้อาศัยเพียงชั่วคราว...สุดท้ายก็จากไป

ภายในเมืองที่มีเพียงบ้านหลังเล็กๆ ไม่ใหญ่จนเกินไป เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่สื่อถึงการถ่อมตัวกับธรรมชาติ

1/3 จากจำนวนประชากร ทำงานภายในชุมชน 
และจำนวนมากเป็นช่างฝีมือ ที่รวมตัวกันเป็นสหกรณ์ ผลิตสินค้า ส่งออกขายไปทั่วยุโรป

หลักประชาธิปไตทางตรงของเมืองนี้ ไม่ใช้การโหวต แต่ตัดสินทุกอย่างด้วยการพูดคุย จนได้ มติ ที่เป็นเอกฉันท์ จนนำมาใช้ เพื่อยืนยัน อิสระภาพของทุกคน 
แต่อิสระภาพของคนที่นี่ ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรก็ ได้ แต่จะต้องอยู่ในความเหมาะสมและไม่เดือดร้อนผู้อื่นนี่แหละครับ ความหมายของคำว่า อิสระภาพ ที่พวกเขาช่วยกันสร้างขึ้นมา

พวกเขาเชื่อว่าการพูดคุย และปรับความคิดกัน คือการอยู่ร่วมกัน ที่ดีที่สุด
และยังดีกว่าการที่คนๆหนึ่ง ออกความคิดเห็นโดยที่ไม่ถูกนับ จนกลายเป็นความขัดแย้งและก่อให้เกิด สงคราม และความรุนแรงตามมา

ภายในเมืองมี รูปปั้นหอยทากยักษ์ตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่เนิบช้า
คนที่นี่เชื่อว่า ความช้าคือความงามอย่างหนึ่ง และทำให้เราได้สัมผัสทุกองค์ประกอบ ของทุกๆ วินาที...บางครั้งการที่เราเร่งให้โลกหมุนเร็วเกินไปและรีบร้อนทำอะไรไปนั้น ก็อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำร้ายโลกเราได้

ภายในด้านในของ คริสเทเนีย เต็มไปด้วยความสงบ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นจุด peace ของที่นี่ ...ซึ่งมีโต๊ะน้ำชาหนึ่งถูกจัดให้ลอยอยู่กลางทะเลสาบ สื่อ สเหมือน สิ่งๆหนึ่งบนโลกที่ไม่ควรมีไว้แต่มันก็ ยังมีอยู่

ซึ่งเปรียบเทียบกับ ชีวิตเราทุกๆคนก็ควรจะมี โต๊ะน้ำชากลางทะเลสาบ แบบนี้ไว้บ้างในบางจุด หมายถึงการจะทำอะไรในบางครั้งก็อาจจะทำไปแบบไม่มีเหตุผลมาเป็นตัวกำหนด นี่แหละคือสีสันของชีวิต

เรียบเรียงบทความ : spyclassicthailand
Source : รายการ พื้นที่ชีวิต 

ฝรั่งสร้างบ้านที่เมืองไทย ด้วยเวลา 6 สัปดาห์ และเงินอีก 9000$

ฝรั่งสร้างบ้านที่เมืองไทย 

ด้วยเวลา 6 สัปดาห์ และเงิน 9000$


ในเวลาเพียง 6 สัปดาห์สตีฟก็สามารถที่จะสร้างบ้านในฝันของเขา


ด้วยคำแนะนำของเพื่อนคนไทยเป็นบุตรเขยของเขา
ที่มีทักษะการก่อสร้างและการทำงานมาก....
ทำให้งานของเขาความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว


สตีฟได้รับสถานที่ที่จะสร้างบ้าน
จากเพื่อนของเขาชื่อ Hajjar Gibran 
คือสวนมะม่วงนี่แหละครับ....


ค่าใช้จ่ายเฉพาะที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานในราคา $6,000



และส่วน รายละเอียดเพิ่มเติมและการตกแต่งของบ้าน
ทำให้ค่าใช้จ่ายขึ้นมาอีก $ 3,000








บ้านในฝันนี้ดูเย็นสบาย
แต่ช่วงเวลาค่าใช้จ่ายที่ต่ำ และ การสร้างอย่างรวดเร็ว...
เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ



บล็อกซีเมนต์และอิฐดินเหนียวถูกนำมาใช้ในการสร้างบ้าน
ดีไม่แพ้วัสดุธรรมชาติบางอย่าง



หรือจ้องมองลงไปในสนามหลังบ้านของคุณบ่อเต็มไป
ด้วยดอกลิลลี่ที่สวยงาม


โดมที่เต็มไปด้วยหน้าต่างและแสงธรรมชาติจริงๆ
ช่วยให้บ้านกลายเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ


ภายในก็ยังเน้นความเป็นธรรมชาติ


ห้องอาบน้ำฝักบัวกระเบื้องโมเสคของเขา
เป็นหินขนาดใหญ่


อ่างล้างจานห้องน้ำที่ทำจากไม้ไผ่ธรรมชาติ และวัสดุอื่น ๆ



ที่ด้านนอกของบ้านสตีฟสร้างทางขึ้นไปบนหลังคา
คุณสามารถปีนขึ้นไปได้ทั้งบ้านถ้าคุณอยากจะทำ







ทุกวันคุณจะรู้สึกเหมือนวันหยุด




 ที่มา : สตีฟ Areen 
http://www.viralnova.com/dream-dome-home-thailand/


Nick DeWolf's กับรถคลาสสิคคู่ใจ Honda cb125 ณ.จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทยในปี 1972 (พศ.2515)

บรรทึกภาพบนถนน ณ.จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทยในปี 1972 (พศ.2515) โดย Nick DeWolf's บนจักรยานยนต์ Honda cb125 


ณ.จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทยในปี 1972 หรือ พศ.2515

นี่คือส่วน 1 จากคลังภาพหายากของ Nick DeWolf's
นักท่องเที่ยวชาวสเปน กับ รถคลาสสิคคู่ใจ Honda cb125 ที่เข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทย และถ่ายภาพเก็บไว้ใน บล็อกของเขาตั้งแต่ปีโดยขึ้นหัวข้อบล็อกไว้ว่า "vintage everyday"

"This set continues the documentation of Nick DeWolf's journey through South / Southeast Asia; in this set Nick travels on a Honda 125 motorcycle through rural villages around Chiang Mai."

























ที่มาจาก Blog ของ Nick DeWolf's ใช้ชื่อว่า vintag.es
เข้าชมผลงานภาพถ่ายของเขาอีกมากมายได้ใน

คู่สามีภรรยาชาวอเมริกันสุดโชคดี พบไหโบราณที่มีเหรียญทองคำหายาก มูลค่า 3.3 ร้อยล้านบาท

คู่สามีภรรยาชาวอเมริกันสุดโชคดี พบไหโบราณที่มีเหรียญทองคำหายาก มูลค่า 3.3 ร้อยล้านบาท




            วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ มีรายงานว่า คู่สามีภรรยาชาวอเมริกัน ในช่วงวัย 40 ปี สุดโชคดีเมื่อพวกเขาได้ขุดพบไหโบราณซึ่งบรรจุเหรียญทองคำหายาก มูลค่าร่วม 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.3 ร้อยล้านบาท) หลังทั้งคู่พาสุนัขไปเดินเล่นภายในสวนโกลด์คันทรีของพวกเขา และได้พบไหทองคำนี้ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้เก่าแก่ 

            โดย เดวิด ฮอลล์ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันที่ให้การรับรองว่าเหรียญทองคำทั้ง 1,427 เหรียญ ที่คู่สามีภรรยาค้นพบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2556 เป็นเหรียญทองคำโบราณของแท้นั้น เผยว่า เหรียญทองคำเหล่านี้มาจากช่วงปี 1847-1894 โดยแต่ละเหรียญมีมูลค่าอยู่ที่ 27,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.8 แสนบาท) แต่เนื่องจากมีเหรียญบางส่วนที่เป็นเหรียญหายาก ทำให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ามูลค่าของมันน่าจะพุ่งขึ้นสู่งถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33 ล้านบาท) ต่อเหรียญเลยทีเดียว 

คลิป

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก coinnews.net, คุณ WorldBreakingNews สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม
ที่มาข่าว http://hilight.kapook.com/view/98498

รถคลาสสิค ตาหลุยส์ กับเรื่องราวสุดคลาสสิค

รถคลาสสิคคันนี้ใช้สำหรับบรรทุกข้าวเปลือกที่ไปรับจากคนในหมู่บ้านที่ไม่มีรถบรรทุกมาส่งให้ที่โรงสี 

และก็จะนำกลับไปส่งให้ถึงที่ ค่าจ้างสีข้าว สมัยก่อนแกไม่คิดเงิน 
แกจาได้เป็นแกลบกับปลายข้าวเพื่อไว้ขายต่อ..

หลังจากนั้น..ที่ทำอาชีพนี้มาตลอด  
ครอบครัวเห็นว่าน่าจะเลิกทำได้แระ เพราะอายุเยอะ อยากให้ได้พักผ่อน

แต่ไม่น่าเชื่อแกเพิ่งเลิกอาชีพนี้เมื่อไม่นานมานี้..รถคันนี้ก็เลย 
ไม่ได้ใช้งานหนัก มาใช้งานเบาๆ และปัจจุบันรถยังวิ่งได้อยู่ครับ
ลองดูกัน....แล้วคิดว่าเป็นรุ่นอะไรกันครับ :)








20 พฤษภาคม 2556
ที่มา http://www.oknation.net/blog/navigaty/2013/05/20/entry-1